
Title :Top secret 05
Couple: JinxKazuya
By : MeEmE
ชายหนุ่มเดินก้าวย่างมาในย่านที่ค่ำคืนจะเต็มไปด้วยแสงสีและคร่าคร่ำไปด้วยผู้คน แต่ในช่วงกลางวันเช่นนี้ร้านที่เปิดในช่วงค่ำก็พากันปิดเงียบเพื่อเตรียมรับลูกค้าซึ่งจะหวนกลับมาให้ค่ำคืนแห่งสถานที่ครึกครื้นอีกครั้ง เขาเดินมาหยุดยืนนิ่ง ป้ายหน้าร้านที่ถูก ขดเป็นตัวอักษรนั้นไร้แสงสี ร้านยังไม่ได้เปิด เพื่อตอนรับลูกค้า เป็นภาพที่ไม่ค่อยชินตาในสายตาของเขาเช่นกัน อาคานิชิจินไม่เคยมาที่ร้านในเวลาช่วงกลางวันแต่ สิ่งจำเป็นบางอย่างในการกระทำครั้งนี้เขาต้องการความช่วยเหลือจากเพื่อนของเขา
เสียงบานประตูที่เปิดออกในยามนี้เรียกความสนใจจากชายหนุ่มร่างสูงสันทัดพอกับอาคานิชิจิน ที่ยืนอยู่บริเวณเคาเตอร์บาร์ได้ชะงัด ตากลมโตเบนไปยังต้นเสียง ริมฝีปากอิ่มเผยคำพูดทักทันก่อนที่แขกประจำจะเดินตรงมา
“วันนี้สงสัยจะต้องมีเรื่องร้ายแรงแน่ๆวะ มึงถึงเสด็จมาที่ร้านกูตอนสว่างแบบนี้ได้” ผู้กล่าวพูดมองนิ่งริมฝีปากบิดเม้มบางยกขึ้นเล็กน้อย
“ไม่เจอเสียหลายวันมึงทักทายซะกูไม่อยากเจอหน้ามึงเลยไอ้พี”
“เหอะ กูไม่ใช่สาวสวยหุ่นเอ็กซ์ที่ทำให้มึงอยากเจอหน้านี่” ฟังคำเหน็บแหนมพร้อมสายตาขึง แต่มุมมากมันกลับแย้มยิ้มออกมา ทำเอาอาคานิชิจินเผยยิ้มจากปากแดงสดพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้หันหน้าไปทางยามาชิตะ โทโมฮิสะ ที่ จินเรียกจนติดเป็นชื่อเล่นว่ายามะพี หรือไอ้พี
“มึงก็พูดเกิน หน้าเพื่อนก็ก็อยากเจอ แต่มึงก็ไม่เห็นมาให้กูเจอนี่หว่า อย่ามาโทษกูฝ่ายเดียว”ยามะพีท้าวแขนและโน้มตัวมาใกล้คู่สนทนาก่อนจะพูดไปว่า
“มึงนั้นละ หายหน้าหายตาไปเป็นหลายอาทิตย์ ร้านก็ไม่มา ไม่ติดต่อเพื่อน กูนึกว่ามึงตายไปแล้วเสียอีก ถ้าไอ้เรียวมันไม่บอกว่าเจอมึงมาเมื่อสองสามวันก่อนกูคิดว่ามึงต้องตายคาอกสาวที่ไหนแน่ๆ”
วาจาเผ็ดร้อนไม่ต่างจากเพื่อนอีกคน สมแล้วที่ยามะพีกับเรียวมันถึงเปิดกิจการร่วมกันได้ ปากถอดมาเหมือนกันขนาดนี้อาคานิชิจินคิด ก่อนจิ๊ปากบอก
“มึงแม่งแช่งชักกันเหมือนไอ้เรียวไม่มีผิด”
“อย่ามากล่าวหากูไอ้จิน”
กล่าวไม่ทันขาดเจ้าตัวเดินหน้ามึนหัวเซอร์ยุ่งมาแบบให้รู้ว่าเพิ่งตื่นนอนไม่ทันเสร็จ ก้าวเดินลงจากบันไดด้านข้างเคาเตอร์ หยิบแก้วที่ถูกวางล้างไว้เมื่อวานตรงอ่างเปิดก๊อกและรองน้ำยกดื่มขึ้นอึกใหญ่
“มึงมาทำไมแต่เช้าวะ คิดถึงกูมากเหรอเมื่อวานกว่าจะลากมึงกลับได้ก็ปาไปค่อนคืน วันนี้ยังมาส่งเสียงดังรบกวนการนอนกูอีก” เสียงแหบห้าวส่งบอกถึงอาการเหวี่ยงจากเสียงรบกวนที่ทำให้ต้องตื่นก่อนเวลาเริ่มงานจริงของตนเองเมื่อวานนี้ก็กว่าจะเคลียร์อะไรเสร็จก็เกือบรุ่งเช้า จำต้องค้างคืนที่ห้องพักด้านบนไม่ได้กลับไปคอนโดตัวเอง ดวงตาขวางยังไม่เปิดออกดีนักแต่ก็รู้สึกถึงรังสีอำมหิตแผ่ซ่าน
“กูแค่คุยกับไอ้พีมันรบกวนการนอนมึงขนาดนั้นเชียว หูเซนซิทีฟไปนะ”
“หูกูไม่ได้เซนซิทีฟ มึงนั้นล่ะเสียงดังไอ้จิน”ดวงตาคมมองปราดไปทางจิน เรียวเป็นพวกความดันต่ำถ้านอนไม่พอหรือใครไปรบกวนการนอนมันจะวีนแตกไม่หยุดความ อาคานิชิจินทราบนิสัยเพื่อนในจุดนี้
“โอเค กูขอโทษที่เสียงดัง ไปทำลายโสตประสาทมึง เดี๋ยวกูจะพยายามกระซิบคุยกับไอ้พี มึงไปนอนเสียให้เต็มที่เหอะ”
“ให้มันกลับไปนอน เรียวมันคงหลับไม่ลงแล้ว ก็น่าจะรู้ว่ามันหลับยากแต่ตื่นง่าย การนอนมันแปลกกว่าชาวบ้านเขา” จินลืมนึกถึงนิสัยการนอนของเรียวไปเสียสนิท เพื่อนคนนี้มันเป็นพวกนอนยาก นอกจากเวลาเหนื่อยจริงเท่านั้นมันถึงหลับสนิทเป็นตาย แต่ถ้าเวลาปกติมันจะนอนหลับยากผิดมนุษย์มนา
“ไอ้พีไม่ต้องไปเตือนความจำมันหรอกบอกมันไปก็เปลืองน้ำลายเสียเปล่า ช่วงนี้มันต้องใช้สมองหนักกับเรื่องผู้หญิงของมัน” นิชิกิโดเรียว พูดประชดขึ้นฉับ เห็นทีว่าคราวนี้อาคานิชิจินคงต้องให้ความสำคัญกับเพื่อนให้มากกว่านี้ดูแต่ละคนคำพูดคำจากระทบกระเทียบ แถมยังพร้อมใจกันกัดจนเจ็บยิบ ผมยกยิ้ม
“พวกมึงนี่น้อยใจกูอยู่ก็ไม่บอกตรงๆเนอะคนเรา”
“ใครน้อยใจมึงไม่ทราบไอ้จิน”
ทั้งเรียวและยามะพีประสานเสียงออกมาพร้อมกัน สายตาพุ่งตรงไปยังคนพูดแทบจะรวมกันเป็นตาเดียว รอยยิ้มบนเรียวปากของอาคานิชิจินจึงเผยกว้างจากเมื่อครู่เป็นเท่าตัว
“มึงยิ้มทำไมวะ พวกกูเพิ่งบอกไปว่าไม่ได้น้อยใจมึง อย่าทำสีหน้าชักตาหลิ่วล้อให้แบบนี่นะเว้ย กูไม่ชอบสายตากับรอยยิ้มมึงแบบนี่จริงๆให้ตายเถอะ” ยามะพีที่รู้สึกคลื่นเหียนกับคำพูดคำจา จากจินว่าตนน้อยใจทำเอาขนลุกซู่ และยิ่งมันฉีกรอยยิ้มพร้อมสายตาแบบเหมือนรู้ทันเสียทุกอย่าง มันขัดหูขัดตาคนตาโตชะมัด!
“กูก็ยิ้มเป็นปกตินะ แต่เอาเถอะกูพูดมากจะหาว่ากูมาต่อล้อต่อเถียงพวกมึงอีก”เขารู้ดีว่าหากกล่าวโต้มันจะเถียงแย่งกันไม่จบไม่สิ้นแถมไอ้คนที่เพิ่งตื่นนอนแบบไม่เต็มทีดีมันยังมองตาขวางไม่เลิก
อาคานิชิจิน ยามะชิตะโทโมฮิสะ และนิชิกิโดเรียว เป็นกลุ่มเพื่อนสนิทกันตั้งแต่มัธยมต้น ถึงบางครั้งจะพูดจากระแทกรุนแรงข้ามหัวใส่กันแต่มีปัญหาอะไรก็จะช่วยเหลือกันมาตลอด แต่ในช่วงจบมัธยมปลายจินต้องแยกจากวงโคจรของเพื่อนทั้งสองเนื่องจากทั้งยามะพีและเรียวตัดสินใจไปเรียนต่อเมืองนอก ยามะพีเลือกเรียนทางด้านบริหารส่วนเรียว ชอบที่จะคิดค้นเครื่องดื่มสนใจในเรื่องการผสมเครื่องดื่ม จึงเลือกที่จะไปเรียนบาร์เทนเดอร์ ส่วนจินเลือกที่จะเรียนต่อในญี่ปุ่น ทั้งยามะพีและเรียวศึกษาในสิ่งที่ตัวเองชอบกลับมาได้ไวกว่าจินที่ยังศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย ยามะพีอยากบริหารร้านส่วนเรียวก็อยากเปิดร้านบาร์เป็นของตน ทั้งสองจึงเป็นหุ้นส่วนทางการค้า
ช่วงเวลาในรั้วมหาวิทยาลัยทำให้จินได้พบเพื่อนใหม่คือคาซึยะ คาซึยะเป็นเด็กต่างจังหวัดที่สอบติดมหาวิทยาลัยในโตเกียว ส่วนจินมีที่อยู่อาศัยในโตเกียว แต่เนื่องจากไกลจากมหาวิทยาลัยไม่สะดวกจึงคิดอยากหารูมเมท ทั้งสองคนเจอกันช่วงปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ อยู่คณะเดียวกัน จินและคาซึยะได้พูดคุยกันถูกคอและเจอเพื่อนรวมอุดมการณ์อยู่หอ จึงตัดสินใจเป็นรูมเมทกัน ช่วงเวลาทำให้ทั้งสองสนิทกันมากขึ้น คาซึยะเป็นคนดีมากในสายตาจิน ความรักของคาซึยะกับเอริจินก็มีส่วนเกี่ยวข้องให้ทั้งสองรักกัน แต่ในช่วงขณะนั้นอาคานิชิจินไม่เคยรู้ตัวว่า ความใกล้ชิดของตัวเองกับคาซึยะ จะสร้างดาบสองคมให้เขาเจ็บปวด..
“แล้วตกลงที่มึงมากวนการนอนของกูแต่เช้าด้วยเรื่องอะไร” นิชิกิโดเรียวที่คลายความง่วงไปได้มาก เดินมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างอาคานิชิจินก่อนจะกล่าวประโยคคำถามจุดประเด็นต้นเรื่อง เรียวคิดว่ามันคงมีสาเหตุจากเมื่อวานที่มันไม่ยอมกลับห้องเป็นแน่
สิ้นเสียงคำถาม ความเงียบเกาะคลุมภายในบรรยากาศอีกครั้ง อาคานิชิจินกอบกุมมือทั้งสองข้างเข้าหากัน ก่อนจะมองไปยังสายตาดุเข้มของเรียว และเลื่อนสายตามองไปพบดวงตาโตของยามะพี หลุบตาลงต่ำ สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เงยหน้าขึ้นสบตากับเพื่อนสนิททั้งคู่ด้วยดวงตาขึง
“กูมีเรื่องเกี่ยวกับคาซึยะ อยากให้พวกมึงช่วยหน่อย”
.
.
..
“มึงเอาจริงหรือ”
เสียงแหบห้าวของเพื่อนสนิทตาโตกล่าวขึ้นมาทันทีผมเล่าความต้องการจบ สายตาของเรียวเพ่งมองมาที่ผมเหมือนพยายามค้นหาความจริงจากดวงตา
ผมกุเรื่องโกหกอีกครั้ง
กับเพื่อนที่ผมไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องปิดบังกันได้แต่ผมได้ทำมันลงไปแล้ว
ผมไม่รู้ว่าหลุมที่ตัวเองสร้างขึ้นเพื่อให้เอริและคาซึยะตกลงไปแบบไม่รู้เนื้อ จะกลับมาย้อนทำร้ายตัวเองหรือไม่ แต่ในขณะนี้ตอนนี้ผมได้ ถลำตัวจนย้อนก้าว ณ จุดเดิมไม่ได้
สายตาของเรียวและยามะพีเพ่งมองตรงมาที่ผมเพื่อรอฟังคำยืนยันอีกครั้งหนึ่ง แต่ทันที่ผมจะกล่าวอะไรตอบ เสียงของเรียวที่มันกำลังคลางแคลงใจด้วยสีหน้าและแววตามันแทรกขึ้นถามมาอีกคน
“วิธีของมึงน่ะ แน่ใจหรือว่าจะช่วยได้จริง มึงแน่ใจกับเรื่องของเอริแล้วหรือถึงวางแผนแบบนี้ ถ้ามึงไม่แน่ใจจริงกูไม่ช่วยมึงตามแผนเสี่ยงแบบนี้หรอกนะ กูห่วงคาซึยะและที่สำคัญ มึงไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้กูไม่เข้าใจมึงเลยจิน”
น้ำเสียงและท่าทางของเรียวแสดงให้เห็นว่ามันแคร์ความรู้สึกคาซึยะ ไม่ใช่ว่าผมไม่แคร์ ผมคิดถึงความรู้สึกของคาซึยะมากกว่าใคร เพียงแต่ผมเชื่อว่าช่วงเวลาแห่งความรู้สึกปวดร้าวของคาซึยะจะบรรเทาลงได้ด้วยตัวของผมเอง
“กูเห็นด้วยกับเรียว มึงรู้ว่าเอริมีคนอื่นทำไมมึงไม่ทำให้คาซึยะรู้เอง จับให้ได้เสียให้รู้ดำรู้แดง มึงคิดวางแผนแบบนี้คาซึยะจะรู้สึกผิดมากกว่าแถมฝ่ายผู้หญิงก็จะได้ทีหาข้ออ้างการเลิกไปอยู่กับผู้ชายคนนั้นเสียอีก แล้วคาซึยะก็จะไม่รู้ว่าเอริเป็นฝ่ายนอกใจ มึงคิดสับสนไปหรือเปล่าวะ”
ยามะพียกกรอกน้ำสีอำพันใสจากแก้วค็อกเทลขนาดเล็กลงคอและพูดสิ่งที่ผมปั้นแต่งจอมปลอมนั้นขึ้นมา สายตาที่ยามะพีและเรียวมองผมทำให้ผมเริ่มคลอนไหว
ผมบอกความจริงกับพวกนี้ไม่ได้ เพราะมันคือความลับที่ผมไม่สามารถบอกใครแม้แต่เพื่อนสนิทที่สุดอย่างเรียวหรือยามะพี ความสัมพันธ์ที่ผมบังหน้าเอาไว้สำหรับคาซึยะและผม คือการเป็นรูมเมท เพื่อนสนิทแต่เพียงเท่านั้น เรื่องของความรู้สึกเกินเลยในตอนนี้มันคือสิ่งที่คาซึยะกับผมเท่านั้นที่รับรู้
“มึงสองคนอย่าคัดค้านการกระทำกูเลย กูคิดมาดีแล้ว ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาเป็นเกือบสิบปีกูไม่เคยขอร้องอะไรกับพวกมึงเลย ครั้งนี้ช่วยทำตามที่กูบอกโดยไม่ต้องถามจะได้ไหม”
ผมไม่อยากจะสานต่อความให้ยืดยาวหากกล่าวเกินควรผมกลัวจะหลุดปากความรู้สึกที่อัดอั้นให้พวกมันได้ฟังไปแน่ ผมยื่นคำขาดขอให้พวกมันช่วย ผมมองไปที่ดวงตาที่ฉายความขุ่นข้องในใจของเรียวและยามะพี ทั้งสองคนนิ่งเงียบกันไปอึดใจ
“มันคงมีสาเหตุอื่นที่มึงบอกพวกกูไม่ได้สินะ และที่เมื่อวานมึงดูเครียดแถมหนีหน้าคาซึยะมาอยู่ที่ร้านก็คงเพราะเรื่องนี้ด้วย ถ้ามึงคิดดีแล้วก็ตามใจ แต่ถ้าเหตุการณ์มันพลิกจนทำให้คาซึยะเจ็บ มึงนั้นละคือคนที่เสียใจที่สุดที่คิดทำแผนบ้าๆนี้ขึ้น มึงจำเอาไว้ดีๆละ..มึงจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้คาซึยะเจ็บปวดมากกว่าเอริ...”
.
.
..
....
เสียงนาฬิกาเดิน ติก ติก ตามปกติ แต่วันนี้เธอรู้สึกว่ามันดังรบกวนสมองเธอจนน่าปวดหัว เธอจ้องมองเวลา และข้อความในโทรศัพท์สลับกันมารวมชั่วโมง ดวงหน้าสวยหวานปากจิ้มลิ่มเล็กนุ่ม ตอนนี้แห้งผาก ดวงตาพราวใสอ่อนหวานในยามนี้เกรอะกรังด้วยคราบน้ำตา
สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างหนัก ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเย็นย่ำเธอคิดวนแต่เรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมา จิตใจมันสั่นร้ายจนไม่อาจควบคุม เธอกลัวความจริง กลัวอนาคตอันใกล้ที่จะต้องเห็น
คาซึยะโทรมาหาเธอในช่วงเช้าซักถามการดำเนินชีวิตประจำวันตามประสาคนรักที่ดี เธอเปรยว่าเจ็บคอนิดหน่อยเลยไม่ได้เข้าไปมหาวิทยาลัยในวันนี้ คาซึยะค่อนข้างจะเป็นห่วงเธอส่งน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยลอยตามสาย จนใจเธออุ่นชื้น ลืมความจริงเรื่องนั้นไปชั่วขณะหนึ่ง ชายหนุ่มร้องกล่าวจะมาหาในช่วงสายขณะพักเบรกเรียนแต่เธอไม่อยากให้คนรักเสียเวลาเดินทาง ทั้งที่ต้องการมาก เธอรู้ว่าวิชาช่วงบ่ายของชายหนุ่มสายไม่ได้เธอรู้ดี จึงไม่อ้อนส่งพร่ำเพรื่อให้คนรักเดินทางมาหา
เอริเป็นคนรักที่ดีเสมอ
เธอสะท้อนใจว่าเธอยืนหยัดมุ่งมั่นในความรักแต่ทำไมคาซึยะถึงไม่แคร์เธอ ยิ่งได้รับข้อความจากอาคานิชิจินซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแฟนตัวยิ่งเพิ่มความไม่มั่นใจและระแวงอย่างสุดกำลัง
คาซึยะได้กล่าวเล่าจากสายโทรศัพท์ช่วงเช้าว่าเขาจะไปกับจินตอนกลางคืน จินอยากให้ไปด้วย ไม่รู้ว่าคาซึยะเอาอาคานิชิจินมาอ้างหรือไม่ แต่บทสรุปตรงว่าคาซึยะจะไปที่ร้านนั้นในเย็นนี้แน่นอน
สายตาของเธอเลื่อนไปจุดตรงนาฬิกาเรือนสวยที่เลือกซื้อมาด้วยกันกับแฟนหนุ่ม นาฬิกาชี้ตรงเวลาเลขหก อีกสองชั่วโมงจะถึงเวลาที่อาคานิชิจินได้บอกเธอเอาไว้
เธอเชื่อใจคาซึยะ แต่เธอไม่มั่นใจความอ่อนไหวของตัวเอง แต่สุดท้ายเธอก็ลุกขึ้นจากที่ที่เธอนั่งอยู่เสียค่อนวัน
เธอจะขอเจอความจริงนั้นกับตา!
.
.
..
...
ร่างเพรียวบางสวมเชิ้ตลายสก๊อตสีน้ำเงิน กับกางเกงยีนส์สีซีด หน้าขาวและบางแดงจัด เพียงแค่เดินก้าวมาในรัศมีร้านร่วงยามค่ำผู้คนที่เดินผ่านต่างเหลียวมองกลับไป คาเมนาชิ คาซึยะ มีใบหน้าที่ตรึงชะงัดคนได้อยู่หมัด พร้อมรูปลักษณ์ที่ท่วงทา จึงมีออร่าที่ฉูดฉาดกว่าคนทั่วไปมาก
ร่างบอบบางรีบเร่งซอยเท้ามาเล็กน้อยเพราะวันนี้อยู่คุยเนื้อหารายงานกับฮิโรกิจนเย็น จินโทรมาหาเขาถึงเพิ่งรู้ว่าเวลามันเย็นย่ำคล้อยมืดขนาดนี้แล้ว โชคดีที่ร้านอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ที่คาซึยะทำรายงานเมื่อครู่ คาซึยะจึงมาถึงร้านในเวลาที่ไม่สายมากเกินไป
หลอดนีออนทีขดเป็นตัวหนังสือคุ้นตาคาซึยะเป็นอย่างดี ร่างบอบบางผลักดันบานประตูร้านเปิดออก คาซึยะมองผ่านความสลัวในร้านผู้คนยังไม่หนาตา มีคนนั่งเกาะกลุ่มและดื่มคนเดียวประปราย คาซึยะเคลื่อนสายตาไปยังที่ประจำที่มักจะเห็นเพื่อนตัวเองนั่งอยู่ก็พบเจอคนคุ้นตา รอยยิ้มเล็กใสถูกจุดขึ้นอ่อนๆบนใบหน้าขาว เพิ่มความน่ามองนักในสายตาคนที่พบ
คาซึยะเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ กับผู้หญิงและผู้ชาย ไม่ว่าจะไปที่ไหนร่างบอบบางนั้นจะเป็นจุดสนใจเสมอ และนั้นคือสิ่งที่อาคานิชิจินไม่ชอบใจเพราะคาซึยะอ่อนใส ไม่รู้ถึงภัยเสน่ห์ที่ตัวเองมีอยู่
ร่างเล็กเดินตรงไปยังที่จุดนั้น เสียงแหบน้อยของคาซึยะกล่าวทักและเริ่มบทสนทนาก่อน
“วันนี้ยามะพีอยู่ร้านด้วย เราไม่ค่อยเห็นนะ”ชายหนุ่มตาโตเผยยิ้มติดมุมปากก่อนจะบอกว่า
“ฉันก็เป็นเจ้าของร้านเหมือนกัน ทำไมคาซึยะถึงต้องแปลกใจขนาดนั้น”
“อย่าว่าแต่คาซึยะแปลกใจเลย ฉันก็ยังแปลกใจที่เจอยามะพีมันวันนี้” จินที่นั่งอยู่ก่อนกล่าวเสริมขึ้นพร้อมกับมองไปยังใบหน้าของคาซึยะที่มีเหงื่อเกาะพราวตามไรผมอยู่เล็กน้อย อาคานิชิจิน ขมวดคิ้วมุ่น
“นี่คาซึยะ วิ่งมาเหรอ”
“ไม่เชิงวิ่งแต่รีบเดินมา เห็นจินรออยู่แล้วเราก็ผิดที่ช้าเองเลยรีบเดิน”
จินพรู่ลมบางก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าซับหน้าผากนั้น ยามะพีที่ยืนอยู่ข้างในเคาเตอร์มองความห่วงใยของอาคานิชิจินอย่างจับสังเกต
“ไม่จำเป็นต้องรีบขนาดนั้น ฉันรอนายได้อยู่แล้ว”
“บางทีคาซึยะก็เป็นคนดีเกินกว่าจะคบไอ้จินมันเป็นเพื่อนนะ เพราะคาซึยะเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับไอ้จินมันมาก มิน่ามันถึงได้ทำ...”
“ไอ้พี การเป็นเพื่อนกับคาซึยะไปหนักเนื้อตัวส่วนไหนของแกเหรอ ไม่อยากให้เพื่อนพบทางสว่างขนาดนั้น”
ยามะพีเกือบหลุดปากพูด จินจึงสวนแทรกขึ้นทัน พร้อมส่งสายตาหมายมาดว่าคาซึยะจะไม่ล่วงรู้สิ่งที่เขากำลังคิดและให้ยามะพีกับเรียวช่วยทำตามแผน
ส่วนคาซึยะไม่ได้เอะใจในข้อความที่หลุดมาสักนิด ติดจะขำและผุดพราวยิ้มเสียเต็มแก้มกับการมองเห็นการพูดคุยระหว่างจินและยามะพี คาซึยะชอบที่จะเห็นจินปรายยิ้มน้อยมากกว่าอารมณ์หม่นเศร้าที่ช่วงนี้เห็นบ่อยครั้ง
จินคือเพื่อนที่คาซึยะแคร์และให้ความสำคัญมากที่สุด
“บางทีการที่แกพบคาซึยะแล้วเป็นเพื่อนกันมันคงเป็นโชคดีที่สุดในชีวิตของแก แต่เป็นโชคร้ายของคาซึยะแน่ๆ”ประโยคเหน็บเจ็บแบบนี้คงไม่ต้องเดาคนพูด เรียวเดินมาด้วยเชิ้ตสีดำสนิท ใบหน้าผุดรอยยิ้มเล็กน้อยส่งให้กับคาซึยะ
“ไอ้เรียว ปากแม่งมีหมารวมกันเป็นฝูงหรือไงวะ ถึงกัดเสียแสบขนาดนี้” จินใช้สายตาเหล่มองพร้อมกับส่งเสียงจิ๊ขัดใจในทีนั้น
“เรียวจังก็แซวเล่น จินก็ว่าซะแรงเลย” คาซึยะค้านขึ้นมาฉับส่งผลให้เรียวเปิดยิ้มกว้างโปรยรอยยิ้มฉีกไปให้อาคานิชิจิน ประหนึ่งมีชัยเหนือกว่าเพราะคนตัวเล็กเข้าข้าง เล่นเอาชายหนุ่มไม่สบอารมณ์ฉุนเล็กน้อย
“คาซึยะเข้าข้างเรียว ทำเหมือนกับการที่ฉันเจอกับคาซึยะเป็นเรื่องโชคร้ายงั้นละ”อาคานิชิจิน ส่ง สุ่มเสียงน้อยอกน้อยใจเต็มทีไปให้คาซึยะพร้อมทั้งอาการทางที่หน้าตีบทโศกสลด เล่นเอาเพื่อนทั้งสองต่างหมั้นไส้กับท่าทีนั้น แต่ได้ผลกับคาซึยะที่หลงเชื่อไป
“เฮ้ย ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นเลยนะจิน อย่าทำสีหน้าแบบนี้สิ มันรู้สึกไม่ดีนะ” คาซึยะย่นคิ้วขมวดปากเม้มบางเป็นเส้นตรง ดวงตาเฉียวมองตรงไปยังจินที่ยังคงมีสีหน้าและท่าทางเสียใจ ยามะพีที่สังเกตการณ์เพื่อนอดรนทนไม่ได้จึงโพล่งพูดออกมา
“ไอ้จินมันไม่รู้สากับการด่าแค่นี้หรอกคาซึยะ อยู่กับมันมาตั้งนานไม่รู้นิสัยแท้จริงมันเลยหรือ โดนมันอำเข้าให้แล้ว”ชายหนุ่มตาโตลอบยิ้มมุมปากปรายสายตาไปยังจินประหนึ่งบอกว่าแกแหลไปไม่รอดแน่ร่างบางสับสนกับคำพูดที่ยามะพีบอกกำลังจะเชื่อคำยามะพีไปแล้วแต่อย่างอาคานิชิจินไม่ยอมหมอบหมากเดินง่ายๆแน่
“คาซึยะคิดว่าฉันจะอำนายได้เหรอ ฉันพูดจริงถ้าคาซึยะคิดว่าการที่มาเจอกับฉันมันโชคร้ายฉันก็จะไปจากชีวิตคาซึยะ” ชายหนุ่มเดินหมากต่ออย่างตรงประเด็นและใช้คำพูดน้ำเสียงและแววตาที่จริงจังมองตรงไปยังคนตัวเล็กที่เริ่มทำสีหน้าหวั่นใจ อาคานิชิจินพูดจากใจจริงหากตัวเองเป็นตัวโชคร้ายในชีวิตคนที่รัก มันก็คงหาความดีในสายตาไม่ได้
ร่างบางสบตาจินตรงชั่วครู่และหลบสายตาไป คาซึยะรู้ดีว่าจินจะทำจริงแน่ถ้าตัวเขาต้องการ จินจริงจังเสียจนคาซึยะกลัว ร่างเล็กบิดเม้มปากตรงแน่นดวงตาใสสดหม่นลงชั่วพริบตา
“ไอ้จิน แกจริงจังเกินไปละ แค่เรื่องแซวกันแค่นี้ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้” เสียงเข้มของเรียวตัดผ่าบรรยากาศอึมครึมเมื่อครู่ นั้นก็ทำให้จินนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ควรแสดงท่าทีแบบนั้นให้คาซึยะอึดอัด จึงเปิดรอยยิ้มกว้างส่งไปให้พรอ้มกับหัวเราะน้อยๆ
“โทษทีนะคาซึยะ ฉันแค่ล้อเล่นน่ะ”
ถึงจินจะบอกออกมาแบบนั้นแต่คาซึยะรู้ดีว่าแววตาเมื่อครู่ไม่ใช่การล้อเล่น แต่คาซึยะไม่กล้าเผชิญความจริงจึงเลี่ยงหลบสายตาเปิดรอยยิ้มกับคำพูดกลบเกลื่อน
ความจริงที่รู้กันเพียงสองคน มันอึดอัดจนเกินทน
“ล้อเล่นแบบนี้ฉันไม่ชอบเลยนะจิน ว่าแต่ที่นัดมาวันนี้มีธุระอะไรหรือเปล่า” คนตัวเล็กเบี่ยงประเด็นซึ่งจุดประตูไปสู่การเริ่มต้นแผนของอาคานิชิจินทันที
“ไม่เชิงมีธุระหรอก แค่ไอ้เรียวมันมีอะไรจะให้คาซึยะช่วยน่ะ” จินพูดพร้อมส่งสายตาแสดงความที่เขาได้พูดกันไว้ในช่วงบ่าย เรียวไม่ได้ตอบแต่หยิบเชกเกอร์สีบรอนซ์ที่ใช้ผสมเครื่องดื่มออกมา
“เรียวจังมีอะไรอยากให้ฉันช่วยงั้นหรือ” ร่างเล็กลืมประเด็นค้างในใจเมื่อครู่ เบนเข็มไปหาเรียวร้องถามขึ้นทันทีด้วยสีหน้าและแววตาอยากรู้ รอยยิ้มระบายอ่อนติดกลีบปากแดง อารมณ์แปรเปลี่ยนทันที
“พอดีฉันคิดสูตรค็อกเทลใหม่ได้ อยากให้คาซึยะลองดื่มว่าพอเป็นเมนูใหม่ที่ร้านได้ไหม”
“เห ปกติไม่เห็นเคยให้มาลอง ทำไมจู่ๆวันนี้อยากให้มาลองละ” คาซึยะลากปากเป็นตัวโอค่อนข้างแปลกใจเพราะทุกครั้งเท่าทีรู้มาเรียวจะทดสอบเครื่องดื่มคนเดียวและไม่เคยให้ใครทดลองก่อนออกเป็นเมนู
“แค่อยากให้ลองไม่มีอะไรเป็นพิเศษ” เรียวส่งยิ้มให้กับคาซึยะ ร่างเล็กก็ไม่ตื้อถามต่อ มองขั้นตอนการผสมอันคล่องแคล่วของเรียว การเขย่าผสมและรินไหลลงสู่แก้วค็อกเทล ร่างเล็กมองด้วยสายตาระยับ แก้วถูกเคลื่อนมาไว้ด้านหน้าพร้อมกับการผ่ายมือเชิญจากบาร์เทนเดอร์มือทอง
ทุกช่วงการกระทำที่เกิดขึ้นของคาซึยะถูกกรอบอยู่ในสายตาอาคานิชิจิน ชายหนุ่มจ้องมองไม่คลาด เขามองเห็นคนตัวเล็กพูดคุยยามได้ลิ้มรสค็อกเทลรสเยี่ยม เกริ่นบอกถึงรสชาติสี คล้ายนักวิจารณ์ เสียงแหบน้อยพูดเรียบเรื่อยออกมาเมื่อจิบไปได้สักพัก และเมื่อระดับน้ำในแก้วนอนก้น ดวงตาใสก็เคลิ้มยิ้มพริ้มหลับทันที
คาซึยะฟุบหลับลงไปในสายตายามะพี เรียว และจิน นั้นคือสิ่งที่อาคานิชิจินได้ฝากให้เพื่อนสนิทช่วยทำ
“คาซึยะหลับไปแล้ว”
“อื้อ”
“มึงแน่ใจหรือว่ายังจะทำ เปลี่ยนใจยังทันนะ”
“กูบอกพวกมึงแล้วว่าไม่มีอะไรจะเปลี่ยนใจกูพวกมึงช่วยทำตามที่กูบอกเถอะ”
.
.
…
หญิงสาวหยุดยืนตามที่ได้ข้อความจากเพื่อนสนิทแฟนตัวเอง เธอฝืนใจออกมาเจอความจริงตามความมุ่งมั่นให้รู้กันไป เอริกำลังยืนอยู่หน้าร้าน อีกสิบนาทีจะถึงเวลาสองทุ่ม ใจเธอเต้นระรัวเหมือนกลองชุด
เธอผลักบานประตูเปิดออก มองเข้าไปยังร้านคุ้นตาเพราะเธอเคยมาที่นี่กับคาซึยะเมื่อครั้งวันครบรอบคบกันสองปีของเธอกับคาซึยะ ดวงตากลมงามมองกราดทั่วบริเวณ
เธอไม่เห็นคาซึยะ
นั้นทำให้เธอใจชื้นขึ้นทันที เธอมองหาเพื่อนสนิทของคาซึยะ แต่ก็ไม่พบใคร
เธอค่อนข้างสับสนกับสถานการณ์นี้อาคานิชิ จินอาจอยากแกล้งเธอเล่นก็เป็นได้ แต่พลันความคิดนั้นผุดขึ้น เสียงครืดสั่นเตือนข้อความใหม่ดังขึ้นแทรกเสียงเพลงแจ็สในร้าน
ข้อความที่เธอได้ทำเธอร้อนวูบ เธออ่านพร้อมกับทำตามข้อความที่ได้ หญิงสาวก้าวเดินไปบันไดด้านเคาเตอร์บาร์ที่ตอนนี้ไม่มีใครยืนอยู่เธอเดินก้าวขึ้นไปทีละขั้นด้วยแรงมือสั่นไหว เธอก้าวจนถึงสูงสุด พบห้องเปิดขนาดกว้าง มีเตียงฟูกวางอยู่ตรงกลาง เอริเดินก้าวตรงเข้าไป
ดวงตาเธอร้าว กระบอกตาที่ผ่านการร้องไห้มาร้อนผ่าว ใจที่ประหวั่นเมื่อครู่หล่นหายไป
คาซึยะนอนกอดกายกับหญิงสาวที่ไม่ใช่เธอ!
TBC
หายไปนานเนอะ แหะๆ
อ่านตอนนี้แล้วคิดเห็นยังไงบอกคนแต่งหน่อยนะคะ
จะพยายามรีบลงตอนหน้า ภาวนาให้คนแต่งว่างแต่งมาลงกันหน่อยนะ
เจอกันคะ
(แอบแย๊บถาม รวมเล่มสนใจใหม่คะ ฮ่ะๆ)
ps.คนแต่งมีแฟนเพจไปตามกดไลท์ ไว้ตามฟิคกันได้นะค่ะ
http://www.facebook.com/pages/MeEmE-Fiction/168688956479810
วิธีคอมเม้นอีกที
http://meisui.exteen.com/20110527/comment
edit @ 2 Sep 2011 23:01:43 by MeEmE FiXxX