2009/Jun/21

สุดๆไปเลยวะฮ่าๆ     

     นั้นดิ หมดสภาพเลยวะจิน ฮ่ะๆ      

    คำพูดแสดงอารมณ์ขันเกินพอดีของไอ้สองเพื่อนทำผมหมั่นไส้จนต้องพูดประท้วงออกมา

            พวกแกสองคนจะหัวเราะอีกนานไหม แค่เมื่อกี้แกยังหัวเราะกันไม่พออีกหรือไงวะ      

      ไม่วะ นึกสภาพแกเมื่อกี้แล้วขำไม่หยุดจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าหนุ่มเพลย์บอยอย่างแกจะเสียท่าให้กับหนุ่มน้อยอย่างคาเมะจังได้ ฮ่าๆ       

    ยูอิจิมันตอบผมแบบนั้นเล่นอยากเอาอะไรยัดเข้าปากให้มันหยุดพูดหยุดหัวเราะผมเสียที        

    แกจะไม่ให้พวกฉันขำได้อย่างไงวะ ก็สภาพแกเหมือนโดนรุมโทรมไม่มีผิดเสื้อผ้าหลุดลุ่ยออกมาหมด     

     โคคิบรรยายสภาพผมหลังจากที่มันขึ้นมาที่ห้องคาราโอเกะ เพราะผมบอกมันไว้ในตอนแรกว่าถ้าเห็นอะไรผิดปกติให้รีบขึ้นมาทีห้อง มันบอกผมว่าเห็นคาซึยะเดินลงมาคนเดียวไม่เห็นผมก็เลยตามขึ้นมาดูซึ่งไม่ต้องเดาเลยว่ามันเห็นสภาพผมที่ถูกคาซึยะทิ้งไว้อย่างไม่ไยดีแน่นอน  

แต่อย่างน้อยผมก็รู้สึกว่าการที่ให้เพื่อนสองคนเห็นผมก็ดีกว่าพนักงานในร้านล่ะกัน ไม่งั้นแล้วผมคงไม่สามารถมาที่ร้านนี้ได้อีกแน่นอน เพราะทุกคนต่างรู้จักผมกันทั้งนั้น ผมไม่อยากเป็นขี้ปากชาวบ้าน ที่พากันชี้ชวนมองผมเป็นตัวประหลาดแบบนั่นหรอกนะ       

 

       แต่พวกแกควรมีขอบเขตในการขำบ้างสิวะ ขำไปทีเดียวตอนแรกทีพวกแกเจอมันก็ทำให้ฉันรู้สึกแย่เกินพอแล้วยังมาส่งเสียงหัวเราะหลอนประสาทให้อีก        

   เออ พวกฉันสองคนจะหยุดหัวเราะแกก็ได้ แต่ว่าแกจะเอาอย่างไงต่อไปวะ จะปล่อยเรื่องทิ้งไว้แบบนี้หรือ  

         ถึงเขาจะเป็นคนที่ฉันรัก แต่ทำให้ฉันอายขนาดนี้ก็ต้องเอาคืนกันหน่อยสิวะ    

        ต้องเอาคืนเลยหรือวะ แกกล้าทำรุนแรงกับน้องเขาหรือ    

        ฉันไม่มีทางทำอะไรรุนแรงกับเขาหรอกน่า แค่เพียงจะเอาคืนให้เขารู้ว่าการมา            หลอกอาคานิชิ จินเล่นน่ะมันเป็นอย่างไร        

    แล้วแกจะทำอย่างไงกับเขาวะ       

     โคคิถามพร้อมกับขมวดคิ้วยังกับหน้ายากูซ่าเวลาหาเรื่องคนไม่มีผิด นี่มันเป็นเพื่อนผมหรือว่าหัวหน้าแก็งค์ยากูซ่าวะครับ    

         แกกำลังใช้หน้าตาข่มขู่ให้ฉันตอบหรือเปล่าวะโคคิ หน้าแกโหดฉิบหาย      

      หน้าฉันมันก็เป็นแบบนี้ ใครมันจะไปสู้หน้าเทพบุตรอย่างแกได้ล่ะ แล้วตกลงแกจะทำยังไงกับน้องเขา    

  ก็ทำให้เขารู้ว่าฉันน่ะเป็นเพลย์บอยตัวฉกาจยังไงล่ะ          

 

ผมกดโทรศัพท์หาเรียว แต่มันปิดเครื่อง สงสัยว่าจะไม่อยู่ในสถานการณ์ที่จะคุยกับผมได้ ผมบอกกับโคคิไปว่าผมจะทำให้คาซึยะรู้ว่าผมเป็นเพลย์บอยที่คาซึยะไม่สามารถจะมาทำเรื่องแบบนั้นแล้วผมจะปล่อยไปได้ง่ายๆ แต่แผนที่ผมคิดขึ้นตอนนี้มันต้องใช้เรียวเป็นนกต่อ สงสัยผมต้องถ่อไปที่คอนโดมันซะแล้ว           

 ตกลงแกจะไม่ยอมบอกพวกฉันเหรอวะ ว่าแกจะทำยังไงกับเขา บอกมาแค่นั้นฉันไม่เข้าใจแกเลยสักนิด     

      เราทั้งสามคนลงมาจากข้างบนแล้ว กำลังนั่งอยู่ที่หน้าเลาจ์ชั้นล่าง ขณะที่ผมปิดพับมือถือเพราะโทรหาเรียวไม่ติดยูอิจิก็พูดขึ้นมา  

        บอกสิวะ แต่ต้องรอให้ฉันได้คุยกับเรียวมันก่อน       

    แกก็โทรหามันตอนนี้สิวะจะได้รู้สักทีมัวแต่อมพะนำอยู่ได้        

  ไม่เห็นเหรอว่าเมื่อกี้ฉันโทรหามันไม่ติด มันปิดเครื่อง สงสัยว่ามันคงอยู่กับใครสักคนวะ คงต้องไปรอมันที่คอนโด      

   พอผมบอกพวกมันไปก็พร้อมใจกันบุกคอนโดเรียวมัน เรียกพนักงานมาเช็กบิลกับค่าชั่วโมงห้องคาราโอเกะ จากนั้นพวกผมก็บึ่งรถไปที่คอนโดเรียว ซึ่งไม่ห่างใกล้จากมหาวิทยาลัยเท่าไรนัก เมื่อถึงหน้าห้องผมลองบิดกลอนดู มันล็อกอยู่ สงสัยว่าเรียวจะยังไม่กลับมา  

         เรียวมันไม่อยู่ในห้องวะ เอาไงดี    

      ลองโทรหามันอีกรอบดีไหม เผื่อมันจะเปิดเครื่องแล้ว   

      ยูอิจิแนะนำผมให้ลองโทรหาเรียวอีกครั้งผมเลยหยิบโทรศัพท์ ขณะที่กำลังกดโทรหามัน เรียวมันก็โทรเข้ามาหาผมพอดี ผมจึงกดรับ       

   เมื่อครู่แกโทรมาทำไมวะ จะรายงานผลในห้องให้ฉันฟังหรือ     

     ก็ส่วนหนึ่ง แต่ฉันมีเรื่องอยากให้แกช่วยหน่อย ตอนนี้แกอยู่ไหนวะเรียว      

    ข้างล่างคอนโด ถ้าให้ฉันเดาตอนนี้พวกแกอยู่หน้าห้องฉันล่ะสิ     

     ถูกต้องครับ รีบขึ้นมาเร็วๆ ไอ้โคคิ รอจนหน้าแก่แล้วเว้ย ฮ่ะๆ     

    เรียวหัวเราะคำพูดชวนขันที่ผมพูดไปก่อนจะรับคำ ว่าจะรีบขึ้นมา เพียงไม่นาน ไอ้หล่อหน้าคมเพื่อนผมก็โผล่มา           ว่าไงวะ มีเรื่องอะไรจะให้ฉันช่วย     

    ก็..    

     แกสองคนอย่าเพิ่งมายืนคุยกันหน้าห้องได้หรือเปล่าวะ ยืนตรงนี้มันเมื่อยนะเว้ย เข้าไปคุยข้างในห้องแกได้เปล่าวะเรียว  

     ขณะที่ผมกำลังจะพูดเรื่องที่จะให้เรียวช่วยโคคิก็บ่นอุบว่ามันเมื่อยขอเข้าไปนั่งคุยกันข้างใน         

   บ่นเป็นคนแก่ไปได้ จะเข้าก็รีบเข้ามาไม่งั้นจะปิดประตูนะเว้ย     

   เรียวมันแอบค่อนขอดโคคิเล็กน้อยก่อนจะไขกุญแจและเปิดประตูเชิญพวกผมเข้าไปในห้อง จริงๆพวกผมเคยมาที่ห้องเรียวกันหลายครั้งแล้ว เวลาทำงานกลุ่มหรือนัดกินเหล้ากัน เพราะเห็นว่าคอนโดมันสะดวกใกล้มหาลัย ห้องเรียวก็เลยเป็นที่ซ่องสุ่มของพวกผมไปโดยปริยาย  

       เมื่อพวกผมเข้ามาในห้องก็พากันอัญเชิญตัวเองนั่งบนโซฟาในห้องของเรียวโดยที่เจ้าของห้องไม่ต้องเชิญให้เมื่อยปาก มันเห็นการกระทำของพวกผมก็เอ่ยคำที่ไม่เสนาะหูเอาเสียเลย       

  พวกแกนี้ไม่มีสมบัติผู้ดีของความเกรงใจคนอื่นหรือไงวะ  แต่จะว่าไปพวกผู้ร้ายอย่างแกคงไม่มีความเกรงใจกับเขาหรอก เดี๋ยวฉันเขาไปเปลี่ยนเสื้อก่อนแล้วจะออกมาคุยด้วย       

มันพูดว่าพวกพบเสร็จปุ๊บก็ไม่รอคำท้วงติงจากพวกผมสักนิด      

 ก็เพราะมันชอบปากเสียว่าคนอื่นแบบนี้ฮิโระจังถึงไม่ตอบรับรักมันสักที    

  แต่จะว่าไปทำไมเรียวถึงชอบฮิโระจังนักหนาทั้งๆที่เขาไม่ชอบมันแท้ๆ คนที่ชอบมันก็มีตั้งหลายคน     

  ผมกล่าวขึ้นถึงคำถามค้างคาใจนั้น ผมรู้เรื่องจากปากมันนานแล้วว่ามันชอบใครอยู่คนหนึ่ง แล้วมันก็พยายามจีบทั้งๆที่เขาทำหน้ารังเกียจมันทุกครั้ง ที่ผมทราบก็เพราะเรียวเล่าให้ผมฟังตอนมันเมามากเมื่อครั้งหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเรียวจะพ่ายรักให้กับหนุ่มน้อยผอมบางอย่างนั้นได้            

ฉันออกไปครู่เดียวนินทากันเลยหรือแล้วก็ไม่ใช่กงการอะไรที่แกจะต้องมาสืบหรอกว่าทำไมฉันถึงชอบฮิโรกิ  

        คำถามที่ผมพูดลอยๆกลับได้รับการตอบจากเจ้าตัวเสียนี่ เรียวเดินออกมาพร้อมกับนั่งลงที่โซฟาเดียวกัน    

    ก็แค่อยากรู้บ้าง ทีเรื่องของฉันแกยังรู้ทุกเรื่องเลย  

      แกนี่มันสู่รู้จริงๆ แล้วตกลงแกจะให้ฉันช่วยอะไร

เรียวเปิดประเด็นที่ผมตั้งใจจะมาคุยกับมันวันนี้ ไอ้สองคนที่มาด้วยก็ตั้งหน้าตั้งตาฟังไม่กระดิกเชียว     

   ไม่มีอะไรมากหรอก แค่แกจะต้องทำตัวเป็นนกต่อส่งข่าวเรื่องฉันให้กับคาซึยะเท่านั่นล่ะ     

   ข่าวอะไรของแก นี่แกคิดจะทำเรื่องอะไรอยู่วะ      

  ก็กำลังพยายาม มีตัวตนในชีวิตของคาซึยะน่ะสิ   

       ผมตั้งใจอย่างที่พูดจริงๆ ผมต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขา คาซึยะต้องจดจำผมได้ แผนที่ผมจะให้เรียวทำก็คือ ให้มันบอกกับคาซึยะว่าผมมาถามเรื่องของเขาว่าเป็นใครมาจากไหน เขาต้องตกใจแน่ๆถ้าผมทราบว่าเขาไม่ใช่ผู้หญิงและจะต้องคิดว่าผมกำลังตามหาตัวเขาอยู่เพราะเรื่องที่เขาทำกับผมที่คาราโอเกะ ใจจริงผมน่ะไม่ได้โกรธเคืองจริงจังหรอก

 เพราะผมรู้ว่าเขาทำเพราะความนึกสนุกแบบเด็กๆ แล้วที่สำคัญ คาซึยะทำให้ผมมีความสุขแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต ผมเล่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับคาซึยะ พอมันทราบว่าผมถูกทิ้งไว้ในสภาพไหน ก็หัวเราะผมไม่หยุด จนอยากจะหาอะไรฟาดมันให้เงียบซะตรงนั้น และกว่ามันจะหยุดขำผมได้ก็ใช้เวลานาน จนผมอยากจะกลับห้องให้รู้แล้วรู้รอด แต่ผมก็ทำไม่ได้ สุดท้ายเมื่อมันหยุดขำ ผมบอกถึงแผนที่จะให้เรียวทำ ซึ่งเมื่อฟังจบโคคิก็พูดขึ้นทันที     

    แล้วเมื่อเขาคิดว่าแกกำลังตามหาตัวน้องเขา แกจะทำยังไงต่อ   

      ก็แสดงบทบาทโกรธให้สมจริงอย่างไงล่ะ 

. 

.. 

...     

 

            ฟ้าใส แดดอ่อน ลมพัดพอเย็นสบาย ช่างน่าเป็นใจสุดๆล่ะ       

  หลังจากที่เมื่อวานผมนัดแนะกับเรียวแล้ววันนี้ก็ได้ฤกษ์ตามแผนที่ได้วางกันไว้ ตอนนี้ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะประจำในคณะ ใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเพราะมัวแต่ลอยตามคนหน้าหวานหุ่นสวยบาดตาอยู่เรื่อย ผมกดโทรศัพท์หาเรียว มันบอกว่าตอนนี้อยู่ที่ห้องสมุดกำลังทำตามแผนของคาซึยะเพื่อจะจีบฮิโระจังให้ติด ดูท่าว่าจอมวางแผนอย่างคาซึยะคงไม่รู้ตัว ว่าตอนนี้กำลังโดนแผนหลอกตาชุดใหญ่ โดยมีพี่ชายตัวเองที่กำลังช่วยอยู่ มาร่วมก๊วนกับผมด้วย            

  มันบอกว่าตอนนี้คาซึยะน่ากำลังจะคุยกับยามะพีอยู่ ตอนแรกผมค่อนข้างจะสงสัยว่า ยามะพีไปเกี่ยวข้องอะไรกับคาซึยะ เรียวก็เลยเผยว่า คาซึยะกำลังช่วยให้ยูยะเพื่อนของคาซึยะที่ชอบยามะพีสมหวัง คาซึยะเป็นคนที่ชอบจับคู่และมักเป็นศิราณีให้คนอื่นอยู่เสมอ ช่างเป็นคนดีสมกับหน้าตาน่ารักๆของเขาชะมัดเลย         

  เรียวบอกผมว่าอีกสักพักคาซึยะคงโทรมาถามความก้าวหน้าของแผนที่เขาวางไว้ให้เรียว ตอนนั้นมันจะบอกเรื่องผมให้คาซึยะฟัง จากนั้นก็วางสายไป ผมอดใจรอไม่ไหว ผมอยากเจอหน้าคาซึยะใจจะขาด เลยลุกขึ้นเพื่อจะแอบไปดอดมองแถวตึกคณะของเขา แล้วผมก็เจอเขาเข้าพอดี คาซึยะนั่งอยู่กับฮิโรกิ ดูท่าว่าคงคุยกับยามะพีเรียบร้อยแล้วกระมัง ถึงได้มานั่งอยู่ที่โต๊ะแบบนี้ ผมพยายามหาต้นไม้แถวนั้นหลบแอบดูเขา ไม่นานนักก็เห็นเขาลุกขึ้นยืนเดินห่างออกจากโต๊ะ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกง ท่าผมเดาไม่ผิดเขาน่าจะโทรศัพท์หาเรียวแน่    

       ผมไม่ได้ยินเสียงว่าคาซึยะคุยอะไร ตอนแรกเขายิ้มและหัวเราะอยู่ดีๆ สักพักก็หน้าซีด รอยยิ้มจางหายจากบนใบหน้าเขาทันที ผมมีลางสังหรณ์ว่าเขาต้องทราบเรื่องผมแล้ว คาซึยะปิดพับโทรศัพท์เครื่องเล็กลง ไม่ถึงนาที เรียวก็โทรหาผม     

 

      ฉันบอกเรื่องที่แกให้ฉันพูดกับคาซึยะไปแล้ว ไม่รู้ว่าคาซึยะเป็นยังไงบ้างจู่ๆก็เงียบลงไปเรียกขานก็ไม่ตอบ ฉันเลยโทรมาหานายเลย        

   ก็ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่หน้าซีดเป็นไก่ต้มเท่านั้นเอง     

     ทำไมแกรู้ล่ะว่าคาซึยะเป็นอะไร    

      ก็เพราฉันยืนแอบมองเขาอยู่น่ะสิ เห็นทีว่าละครอีกฉากของฉันกำลังจะได้เริ่มแล้ววะ ฮ่ะๆ 

         ผมวางสายโทรศัพท์ลง เดินเข้าไปสวมกอดทางด้านหลังของคาซึยะ เขาสะดุ้งเฮือกก่อนจะหันหน้ามาพบผม  ผมเพิ่งทราบว่าใบหน้าเขาขาวซีดยิ่งกว่าที่เห็นจากระยะไกลอีก หรือเขาเพิ่งมาซีดเมื่อผมประชิดตัวเขากันก็ไม่ทราบ ใบหน้าของคาซึยะแทบไม่เหลือเค้าของคนชอบยั่วเมื่อคืนเลยแม้แต่น้อย เขาเสมือนนกน้อยที่อยู่ในมือผมที่จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ผมฉาดรอยยิ้มที่คิดว่าดูร้ายกาจที่สุดให้กับคาซึยะ พร้อมกับพูดทักเขาไป   

       ทำไมถึงทำหน้าตกใจกันล่ะ หืม คนเคยๆกันอยู่ แค่คืนเดียวลืมกันหมดแล้วหรือ      

  ผมจับคางคาซึยะให้เงยขึ้นมาจ้องตากับผม ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาจนรู้สึกถึงลมหายใจที่ถี่เร็ว แสดงได้ถึงภาวะจิตใจที่ตื่นตระหนก 

       ไม่ลืมหรอก ใครจะลืมกันเล่า    

     เขาตอบผมมาแบบนั้นโดยที่ไม่หลบสายตาผมเลย เหมือนกับว่าคาซึยะพยายามที่จะใช้สายตาต่อกรผมอยู่   

      อย่างนั้นหรอก หรือ แต่ทำไมสีหน้าของนายถึงซีดขาวแบบนี้ละ กลัวอะไรอยู่     

   ผมพูดถามเขาไปจากสิ่งที่เห็น ใบหน้าคาซึยะขาวซีดยิ่งกว่าเดิม ริมฝีปากที่เคยแดงก็จืดลงอย่างน่าใจหาย นี่ผมทำให้เขากลัวจนเกินไปหรือเปล่า แต่ผมจะใจอ่อนตอนนี้ไม่ได้ เสียแผนที่ผมวางไว้หมด       

     ฉันไม่ได้กลัวอะไรนายสักหน่อย       

   โอ๊ะ..โอ..ฉันบอกแล้วหรือว่านายกำลังกลัวฉันอยู่   

       ถึงมันจะเป็นสิ่งที่ไม่ควรพูดเพราะคาซึยะจะต้องฉุนขาด แต่ผมตั้งใจให้เขาโกรธผมนี่น่ะ ฉะนั้นก็จำเป็นที่ต้องพูดมันออกไปล่ะ 

          นายกล้าดียังไงถึงพูดกับฉันแบบนี้     

     ทำไมล่ะ คนสนิทชิดเชื้อก็พูดคุยกันแบบนี้ไม่ใช่หรือ    

     ผมบอกพร้อมรวบตัวเขา ให้เนื้อกายของผมสัมผัสกันกับคาซึยะมากขึ้น ร่างกายเขานิ่มไปทุกส่วนเลยอยากกอดรัดฟันให้หายนุ่มไปซะใบหน้าของผมกับคาซึยะเริ่มใกล้กันมากขึ้น ผมเริ่มเห็นสีสันบนใบหน้าเขาแล้วล่ะ      

   เราไม่ได้เป็นคนที่สนิทกัน      

  แล้วระหว่างที่นายทำให้ฉันเมื่อคืนนั้นเรียกว่าไม่สนิทงั้นหรือ ขนาดคนไม่สนิทกันนายยังยอมทำถึงขนาดนี้ ช่างน่าอิจฉาคนสนิทของนายเหลือเกินเพราะคงได้รับอะไรที่ถึงเนื้อถึงตัวกันมากใช่ไหม   

       ใจจริงผมไม่อยากว่าเขาเช่นนั้นเลย แต่เขาดันมาบอกผมเองว่าเราไม่สนิทกัน แหมก็ผมอยากจะสนิทกับเขานี่ เขาพยายาม ผลักไสผมแต่ผมจะเกาะคาซึยะไม่ไปไหนเสียล่ะ คาซึยะเริ่มหน้าแดงด้วยอารมณ์โทสะ   

     นายกล้าดียังไงถึงมาว่าฉัน ฉันไม่ได้เป็นคนอะไรแบบนั้นอย่างที่นายคิดหรอกนะอาคานิชิ จิน!!”  

      พูดจาแกล้งหยอกเท่านั้น แต่คาซึยะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาเชียว ผมไม่แม้แต่จะคิดว่าเขาเป็นคนแบบนั้น แต่ตอนนี้ผมเล่นละครตบตาเขาก็ต้องเล่นให้ถึงที่สุด  

      หึ....แล้วที่ทำกับฉันเมื่อวานเพื่อความสนุกงั้นสิ นายเห็นฉันเป็นของเล่นฆ่าเวลาใช่ไหม คาเมนาชิ!” 

         นายก็คิดกับฉันแบบนั้นเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ก็สนุกกันทั้งคู่น่าจะจบไปแล้วนี่นายจะเอาอะไรอีก   

     ใช่มันควรจะจบ ถ้านายไม่ทิ้ง ปล่อยให้ฉันอับอายแบบนั้น ฉันต้องทนสายตาของไอ้พนักงานบ้านั่นที่รวมหัวกันหัวเราะในสภาพที่น่าอนาถ รู้ไหมคนอย่างอาคานิชิ จินน่ะไม่ยอมให้ใครมาทำแบบนี้แล้วชิงหนีไปหรอก!!”    

      เป็นเหตุการณ์ที่ผมไม่มีวันลืมเลยว่าถูกทิ้งให้อยู่ในสภาพเกือบล่อนจ้อน ผมเอามาเป็นข้อเรียกร้องว่าผมควรจะเอาคืนและโกรธเขา  

        หึ....มันก็สมแล้วนี่ กับพวกมักมากแบบนาย แค่นี้ยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำรู้หรือเปล่า    

     ดูท่าที่เรียวใส่ไฟว่าผมเป็นเพลย์บอยจีบหญิงไปทั่วนั้นคงฝังใจคาซึยะที่รักแน่ แต่มันทำให้ผมกลายเป็นคนไม่ดีในสายตาเขา เห็นทีว่าถึงคราวที่ต้องสารภาพความจริงเขาจะมองผมใหม่ล่ะนะ ในเมื่อเขาพูดจาดูถูกผมก็ควรจะต้องทำท่าทางโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง กัดฟันกรอดๆ ให้ดูสมจริงสมจัง พร้อมกับพูดจาโต้เขาไป

          ปากดีมาก สมกับที่ใช้ปากเก่งนะ เรื่องนั้นมันเป็นประเด็นแรกที่ฉันโกรธ แต่ที่ฉันเจ็บใจมากที่สุดคือฉันให้ผู้ชายอย่างนายหลอก!!”    

     อันนี้เป็นสิ่งที่ผมจะควรโกรธกับเขามากที่สุดในสถานการณ์จอมปลอม เพราะผมบอกเขาว่าเกลียดเกย์ ไม่ชอบผู้ชาย เมื่อโดนเขาหลอกก็ควรที่จะมีโทสะเกิดขึ้น   

137

      ก็นายโง่เองนี่ที่เชื่อว่าฉันเป็นผู้หญิง แล้วไงล่ะนายก็รู้สึกดีกับสิ่งที่ผู้ชายอย่างฉันทำให้นายไม่ใช่หรือ..แถมยังครวญครางแบบสุขสมเสียด้วย...ทั้งๆที่นายเคยดูถูกพวกที่ชอบผู้ชายและมีอะไรกันเอง นายเองก็ไม่ต่างอะไรกันหรอกรู้ไหมอาคานิชิ!”   


         คาซึยะยิ้มเยาะจ้องตาตอบผม ด้วยสถานภาพที่ต้องโกรธแบบสุดจึงต้องถึงขั้นใช้กำลังกับเขาด้วย ผมใช้มือจับบีบที่ข้อมือขาวเนียนของคาซึยะ ผมเชื่อว่าเขาเจ็บไม่น้อย แต่ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ       

   หึ ฉันไม่ปฏิเสธหรอกว่าที่นายทำมันรู้สึกดีแค่ไหน แต่มันยังไม่พอรู้ไหม ฉันไม่ได้โง่หรอกนะที่จะไม่รู้ว่าเวลาที่ผู้ชายเหมือนกันมีอะไรกันทำแบบไหน มันยังไม่ครบสูตรเลยนี่น่ะคาเมนาชิ นายไม่อยากลองให้ครบหน่อยหรือ        

  ผมตอกกลับใส่เขาอย่างเมามัน พูดจาในสิ่งที่ทำให้เขาต้องเพิ่มสีแดงบนใบหน้ามากขึ้น ผมทราบว่าที่พูดไปมันส่อไปในทางที่ไม่ดี แต่ผมก็ต้องพูดมันออกไปให้สมจริงที่สุด     

    ไม่!....นายมันน่ารังเกียจอาคานิชิ ทั้งๆที่นายยืนกรานเกลียดคนอย่างพวกฉันแต่กลับคิดที่จะมามีอะไรกับฉันเนี่ยนะ!! นายมันเลวที่สุด!” 

  แล้วก็อย่างที่คาดไว้ คาซึยะด่าผม เขาเกลียดชังคนอย่างผม เพราะผมทำตัวเป็นคน ตระบัติสัตย์ กระทำในสิ่งที่ตนเองเคยบอกว่ารังเกียจเสียเต็มประดา  ผมจับกระชากตัวคาซึยะเข้ามาและขืนจูบเขาไป ในตอนแรกเขามีท่าทีขัดขืน แต่สักพักเขากลับสงบลงยอมให้ปลายลิ้นของเราสองคนสัมผัสไล่เลียไปมา เมื่อผมละริมฝีปากออก เขาก็ทำตาวาวโรจน์ก่อนจะถูเช็ดที่ริมฝีกปากของเขาอย่างแรง ผมเลยอดจะประชดเขาอีกทีไม่ได้ 

        เช็ดออกทำไมล่ะ ที่เมื่อวานนายยังยอมรับจูบฉันแบบเต็มใจเลยนี่นะคาเมนาชิ     

  สิ่งที่ผมพูดออกไปแสดงถึงความไม่พอใจของผมจริงๆไม่ได้เป็นไปตามบทบาทที่ผมแสดง เขาเช็ดจูบของผม คาซึยะทำแบบนั้นเป็นการรังเกียจจูบของผม ทั้งที่เมื่อวานนี้เราสองคนต่างแลกจูบกันดูดดื่ม แล้วเมื่อพลันเขาฟังสิ่งที่ผมพูดเขาก็ตะโกนด่าผมกลับมา   

      นายมันน่ารังเกียจ อาคานิชิ!!”   

     ฉันมันน่ารังเกียจ แต่นายก็ต้องเป็นของคนที่น่ารังเกียจแบบฉัน ไม่มีทางรอดหรอก!”        

ผมอดรนที่จะทนคำว่าของเขา จึงกล่าวบอกเขาด้วยอารมณ์และสีหน้าที่ผมทราบดีว่ามันโกรธอย่างสุดแสน คาซึยะยกยิ้มเยาะก่อนจะพูดด้วยเสียงกร้าวว่า          

  คิดเหรอว่าฉันจะยอม! นายไม่มีทางจะได้แตะต้องฉันอีกหรอกนะอาคานิชิ!!”   

       เขาลั่นวาจาพร้อมกับพยายามขืนมือตัวเองออกจากพันธนาการของผม แรงแค่นั้นไม่มีทางที่จะหลุดรอดไปได้หรอก ผมจึงยกยิ้มเยาะให้เขาไม่ต่างจากที่เขาทำมา       

  งั้นหรือ  นายจะทำอะไรล่ะเรียกให้คนมาช่วย? หรือนายจะแกล้งหลอกอะไรฉันอีกดี เพราะฉันคิดว่านายคงไม่มีทางรอดจากฉันได้ด้วยแรงของตัวเองหรอกนะ  อ่า...หรือนายจะใช้มารยาที่มากกว่าผู้หญิงของนายลวงฉันอีกล่ะ  แต่ขอบอกไว้เลยนะว่าฉันไม่มีทางตกหลุมพรางนายเป็นหนที่สองหรอก คาเมนาชิ!”      

  ผมพูดจาปรามาสใส่เขา เป็นคำที่ผมรู้สึกว่าเมื่อพูดออกไปแล้วอยากถอนคำพูดตัวเอง เพราะผมไม่อยากจะดูถูกคาซึยะเลยแม้แต่น้อย          นายกำลังสบประมาทใครอยู่รู้หรือเปล่า อาคานิชิ จิน     

   แล้วนายเป็นใครกันล่ะ คาเมนาชิ หืม    

     น้ำเสียงผม คงทำให้คาซึยะฉุนอยู่ไม่น้อย ผมเชยคางมนพร้อมกับเขยิบให้กายทั้งสองเราแนบสนิทมากขึ้น คาซึยะจ้องตาผมก่อนจะบอกว่า              

  นายถอยห่างออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะร้องให้คนช่วย!”  

       เขาส่งเสียงขู่ ทำยังกับแมวจนตรอกที่พยายามขู่สุนัขตัวใหญ่ทั้งที่รู้ว่าเสียงขู่ที่ทำออกไปไม่ทำให้สุนัขกลัวเลยสักนิด เพราะถึงเขาจะร้องให้ตายอย่างไรก็คงไม่มีใครมาช่วยเขาได้หรอก เนื่องจากที่พวกผมทั้งสองคนอยู่คือหลังตึกของคณะ ซึ่งหาผู้คนในการสัญจรไปมาได้ยาก ผมจึงบอกเขา ให้ดูว่าที่นี้มันส่วนไหนของมหาวิทยาลัย ร่างบอบบางเหลียวซ้ายแลขวาแล้วก็เริ่มหน้าซีดอีกครั้ง  

                     ฉันไม่ทำนายเจ็บหรอก นายก็น่าจะชินแล้วไม่ใช่หรืออย่างไง มันไม่ใช่ครั้งแรกของนายนี่    

      มัน ไม่....         

คาซึยะชะงักปาก ใบหน้าถูกฉาดด้วยสีแดงเต็มไปหมด ไม่น่าเชื่อว่าเขากำลังเขิน ที่เขาเถียงผมไม่ได้แสดงให้เห็นว่า คาซึยะยังไม่เคยกับใคร เขายังบริสุทธิ์ ทำเอาใจผมลิ่งโลด มีความสุข ผมจะได้เป็นคนแรกของเขา เวลาเขาเขินจนหน้าแดงน่ารักน่าหยิกจริงๆเลยครับ 

         ทำไมถึงหน้าแดงแบบนี้ จะปฏิเสธอะไรอย่างนั้นหรือเงียบทำไมกันล่ะ  อ่า...หรือว่าที่จริงแล้วนายยังไม่เคย     

     ไอ้บ้า!...พูดจาสุนัขๆแบบนี้ได้ไง....นายนี้มัน...        

 เขาด่าผมฉับ แต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามันเหมือนคำชม อาจเพราะเพียงรู้ว่าเขายังไร้มลทิน คาซึยะปากแดงหูแดงหน้าเห่อไปหมด เขาดูเหมือนผลเชอร์รี่สุกอิ่มอย่างนั่นล่ะ ผมเลยอดแกล้งเขาไม่ได้      

    มันอะไร  จะด่าอะไรก็ช่วยพูดให้จบหน่อยสิ อย่าทำให้ค้างคา อ่า...หรือว่านายชอบให้มันค้างๆคาไว้กัน  

        กระซิบเข้าที่ข้างหูของคาซึยะจากนั้นก็ไล้ริมฝีปากพรมจูบที่หูจนไล่งับลงที่ติ่งหูนิ่มของเขา ตัวเขาสั่น แต่หน้าเชิด ทำปากยื่นปากงอน ผมอยากงับปากเขาให้หายงอนชะมัด คาซึยะพยายามที่จะดิ้นให้ตนหลุดรอดจากการกักขังของผม    

        อย่าพยายามดิ้นเลย คาซึยะที่รัก ยิ่งดิ้นจะยิ่งเจ็บเองนะจ๊ะ   

       ผมพูดจาเสียงอ่อนให้กับเขา เพราะถ้าเรายิ่งดิ้นมากเท่าไรผมต้องใช้แรงยึดเขาไว้ มันจะทำให้เจ็บไปทั้งสองฝ่าย คาซึยะจะเจ็บตัว และผมจะต้องเจ็บใจที่กระทำรุนแรงกับเขาเช่นนี้        

    ใบหน้าเล็กก้มต่ำลงไป จนผมตกใจนึกว่าตนเองทำรุนแรงเกินไปจนเขาสลบ แต่จู่ๆคาซึยะก็เงยหน้าขึ้นโปรยยิ้มหวาน ทำใจผมผิดจังหวะไปเสต็ปหนึ่งสายตากร้าวที่จ้องมองผมไม่ลดละแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาหวานใส        

    เขาเหมือนแองเจิลตัวน้อยในอ้อมแขนผมเลย  และจู่ๆคาซึยะก็เปลี่ยนโหมดฉับพลัน เขาส่งเสียงออดอ้อนให้ผมปล่อยแขนเขา ทำให้ผมอ่อนยวบ แค่ปกติผมก็แพ้ใบหน้าคาซึยะอย่างไม่ต้องตั้งต้นสู้ก็รู้ว่าแพ้ทันที แล้วมาทำน้ำเสียงพร้อมใบหน้าอ้อนเหมือนลูกแมวตัวน้อยๆ ใจผมก็แกว่งเริ่มคลายแรงที่มือออกน่ะสิครับ         

    และเขายังเบียดตัวเข้ามาใกล้ผมริมฝีปากคาซึยะสัมผัสลงที่ปลายคางผม ทำเอาตัวผมนิ่งค้าง มืออ่อนปวกทันตา แล้วจู่ๆเขาก็เปลี่ยนสีหน้าพร้อมกับใช้ขาของเขาศอกเข้าที่จินน้อยผมอย่างจัง ผมร้องโอดเจ็บแสนเจ็บเขาไม่รู้หรือว่ากล่องกลางดวงใจมันบอบบาง เพียงเจอแรงกระแทกเล็กน้อยก็เจ็บแล้ว แต่เขากลับใช้แรงศอกของกระดูกข้อต่อบริเวณเข่าที่แข็งแรงกระทบกับสิ่งอ่อนไหวของผม มันแสบร้อนปวดร้าวแล่นลามทั่วตัว         

    ผมใช้มือกุมบริเวณที่ถูกกระแทกทรุดฮวบลงพื้น ไม่สามารถที่จะคงตัวให้ยืนอยู่ได้ในสภาพเจ็บปวดเช่นนี้       

   ท่าทางจะเจ็บน่าดูเลยนะจิน หวังว่าน้องชายนายคงไม่เสียหายมากหรอกใช่ไหม    

     สีหน้าคาซึยะตอนที่เขามองผมเหมือนตอนที่ทิ้งผมไว้ในห้องคาราโอเกะไม่มีผิด ใบหน้าที่ดูสะใจพร้อมรอยยิ้มร้ายถูกจุดขึ้น แต่ถึงเขาจะกระทำรุนแรงกับผมเท่าใด ผมไม่มีทางจะรู้สึกโกรธชังเขาเลย แต่ด้วยสปิริตดีเยี่ยมของผู้แสดงนำชั้นดี ผมต้องแสดงบทบาทโกรธแค้นเขาให้สมจริง จึงพยายามเค้นเสียงที่แสดงถึงความโกรธชังเขา พร้อมกันนั้นต้องแสดงสีหน้าอันเจ็บปวดด้วย ถึงแม้ว่ามันจะเจ็บอยู่แล้วจริงๆก็ตาม     

     นาย....จะ....จำเอาไว้...ฉันจะเอาคืนนาย...     

      พลันเขาได้ยินเสียงพร้อมสีหน้าที่แสดงความโกรธของผม เขายิ้มร่า ดูมีความสุข สงสัยว่าเขาจะเป็นพวกซาดิสม์หรือเปล่าตั้งแต่ตอนจับผมมัดในห้องคาราโอเกะแล้วคราวนี้เขามาศอกน้องชายผม แต่กลับยิ้มหัวเราะอย่างมีความสุข     

        ยินดีอย่างยิ่ง รีบๆมาล่ะ       

  เขาพูดเชิญชวนผมในเอาคืนเขา กล้ามากที่ชวนผม เพราะลูกผู้ชายอย่างผมน่ะฆ่าได้หยามไม่ได้ ผมพยายามที่จะพูดต่อกับคาซึยะ แต่ร่างบอบบางหันหน้าหนีและเดินออกห่างจากบริเวณที่อยู่ไปอย่างรวดเร็ว   

     ตกลงว่าครั้งนี้ผมพ่ายให้เขาไปเสีย ตั้งใจจะแสดงมาดเพลย์บอย ข่มให้เขานึกหวาดกลัวว่าผมนั่นไม่ใช่คนที่เขาจะมาเล่นได้ แต่เจ้าตัวนั้นใจแข็งสู้คน ถึงจะทำสีหน้ากลัวในตอนแรก แต่ก็เล่นผมซะแสบจนอยากตีก้นซะให้เข็ด 

           แผนผมก็เลยพังไม่เป็นท่า เห็นทีว่าคงต้องฟังคำหัวเราะเยาะจากพวกเพื่อนผมแน่ เมื่อครู่ผมอยากเดินตามและกระชากเขาสู่อ้อมกอดผม แต่ผมเจ็บน้องชายแทบจะลุกไม่ไหว ความคิดนั้นเลยเป็นหมันไป  

 ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกดีขึ้นจึงพยายามลุกขึ้นยืน แต่ก็ยังปวดแปลบๆอยู่ตลอด ผมฝืนเดินในท่าทีไม่น่าดูเท่าไร เพราะผมกุมจินน้อยเพราะเขาว่ามือของคนเราสามารถบรรเทาอาการปวดได้ผมก็หวังว่ามันจะช่วยผมได้จริงๆ 

       ขณะที่ผมเดินกลับมาที่โต๊ะคณะ ทุกคนต่างมองผม ผู้หญิงที่เดินผ่านเห็นผมก็หัวเราะกันคิกคัก ผมได้แต่ยิ้มเจื่อนๆตอบพวกเธอและรีบเร่งเดินไปสู่ที่นั่งตรงโต๊ะประจำของกลุ่มผม         

  นั่นแกเป็นอะไรวะจิน ทำไมถึงเดินกุมเป้ามาแบบนั้น 

เสียงถามทักจากเพื่อนหน้าหล่อผิวแทน มันนั่งอยู่ที่โต๊ะพร้อมกับน้องหน้าใสตัวเล็กคนนั้น ดูท่าว่าการพูดคุยระหว่างมันกับคาซึยะเรื่องน้องตากลมคงสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีไม่งั้นคงไม่นั่งหวานชื่นจับมือไม่ปล่อยแบบนี้หรอก  

        แล้วทำไมแกเดินโขยกเขยกอย่างนั้นด้วยล่ะ      

   ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบยามะพี เพื่อนเหลี่ยมก็สวนถามต่อมาอีกคน ผมฝืนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ได้สำเร็จก็ตอบคำถามที่พวกมันถามมา       

   ก็คาซึยะ น่ะสิ ทำฉันแสบสุดๆ      

   คาเมะจังไปทำอะไร อาคานิชิซัง หรือฮะ        

   เอ่อ...ก็       

   คุณน้องแก้มป่องถามผมมาก็ใบ้กินสิครับ ขืนผมเล่าเรื่องไปความแตกหมดพอดี ยามะพีคงเห็นสีหน้ากระอักกระอวนของผมก็เลยพูดขึ้นมา

          แกพูดมาเหอะจิน ยูยะคนรักของฉันไม่ปากโป้งออกไปหรอก

      มันพูดมาแบบนั้น น้องยูยะเลยหน้าแดง อายม้วนไปเลยทีเดียว      

    ท่าทาง น้องเขาคงยังไม่ชินกับคำว่าคนรักของแกล่ะมั้ง ดูสิหน้าแดงใหญ่แล้ว    

       ผมพูดล้อ ตามสิ่งที่เห็น ยูยะเลยยิ่งเสริมความแดงบนใบหน้าอีกเท่าตัว ส่วนยามะพีก็ยิ้มซะเต็มแก้ม อารมณ์ดีเกินปกติ ผมเข้าใจว่าข้าวใหม่ปลามันย่อมจะมีความสุขเห็นอะไรก็เป็นสีชมพูอมม่วงลอยซะหมด เห็นยามะพีมันมีความสุขหมดคราวเคราะห์กับคนรักเก่าของมันเสียที     

    ยูยะเขาขี้อาย แกยังไปล้อเขาเล่นอีก แล้วตกลงแกจะไม่เล่าให้พวกฉันฟังหรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาย 

        ในเมื่อยามะพีคอนเฟิร์มว่ายูยะจะไม่ปูดเรื่องของผมให้คาซึยะฟังผมก็ตั้งท่าเล่า ขณะจะเอ่ยปาก ก็มีเสียงร้องทักอย่างอารมณ์ดี จากเพื่อนหน้าเข้ม        

 พวกแกมาอยู่ตรงนี้น่ะเอง   

      ผมเหลียวหันไปมอง เห็นพี่เขยในอนาคตมาพร้อมกับ ฮิโรกิซะด้วย เรียวยิ้มหน้าบานจูงมือฮิโรกิเข้ามาที่โต๊ะ    

     ปี๊ด ปิ๋ว กลุ่มเรามีคู่รักเพิ่มมาอีกคู่แล้ววะ ฮ่ะๆ  

     โคคิมันผิวปากแซวเรียวกับฮิโรกิ ทำเอาฮิโรกิตีเข้าที่ไหล่ของเรียวกลบเกลื่อนอาการเขิน  พอฮิโรกิทำท่าจะตีอีกรอบเรียวมันก็จับไว้ทันแถมยังกุมมือนั่นมาหอมโชว์พวกผมอีกต่างหาก แน่จริงวะเพื่อนผม        

  ปล่อยนะ มาทำแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นได้อย่างไงไม่อายเขาหรือ        

ฮิโรกิค้อนหน้างอ แต่ผมว่าถึงเขาจะทำหน้าอย่างไร เรียวก็คงเห็นว่าฮิโรกิน่ารักอยู่ดี ไม่ต่างอะไรกับผมหรอกที่ไม่ว่าคาซึยะจะทำหน้าแสนงอนยังไงเขาก็ดูน่ารักเสมอ ผมเห็นสองคู่หวานชื่นแล้ว อยากเจอคาซึยะชะมัด        

  เพื่อนฉันทั้งนั้นคนอื่นที่ไหน แล้วตอนนี้เราสองคนเป็นแฟนกันแล้วจะอายเขาทำไมกันเล่า  

        รู้สึกว่า เพื่อนฉันแต่ล่ะคนดูมีความสุขกับคนรักของตัวเอง เห็นทีต้องหาคนรักกับเขาบ้างแล้ววะ    

      ยูอิจิพูดแทรกขึ้นพร้อมกับยิ้มทะเล้นใส่คู่หวานสองคู่        

   ก็ลองรักใครสักคนดูสิวะ แล้วจะรู้ว่าเวลาอยู่กับคนที่ตัวเองรักมันมีความสุขขนาดไหน

          ฉันก็มีนะเว้ยเรียว รักมาก แต่ยังไงเขาก็ไม่ยอมรักฉันเสียที

ได้ยินสิ่งที่เรียวบอกผมก็อดน้อยใจพูดบอกมันออกไ ป         

ไอ้จิน นี่แกเป็นอะไรไปวะ ทำไมทำน้ำเสียงหมดแรงท้อแท้อย่างนั้น     

     เรียวถาม ผมจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทั้งหมดให้เพื่อนผมฟัง และเมื่อผมเล่าจบแทนที่เพื่อนผมจะเป็นคนถาม กลับกลายเป็นเพื่อนคาซึยะทั้งสองคน         

   อาคานิชิ นายรักเพื่อนฉันจริงใช่ไหม     

      อาคานิชิซัง คุณรักคาเมะจังจริงๆหรือเปล่า  

             ทั้งสองคนถามมาเรื่องเดียวกัน ฮิโรกิจ้องตาผมไม่กระพริบตีหน้าโหดใส่ ยูยะก็จ้องมองผมตาแป๋ว ตอนนี้ผมเหมือนผู้ต้องหาที่ถูกสอบสวนอย่างนั้นล่ะ ผมมีความซื่อตรงต่อจิตใจของตัวเองไม่คิดจะโป้ปด ผมรักคาซึยะ รักจนแทบจะบ้าแล้วล่ะครับ 

                    รัก รักมาก ไม่มีวันที่ใครจะมาแทนที่คาซึยะได้หรอก     

          ผมบอกความจริงจากใจให้เพื่อนทั้งสองคนของคาซึยะได้รับรู้ แล้วจู่ๆใบหน้าฮิโรกิก็แย้มยิ้มต่างจากตีหน้าโหดเมื่อครู่ลิบลับ     

          ในฐานะที่นายเป็นลูกผู้ชายจริง บอกให้ฉันรู้ว่านายรู้สึกกับคาเมะยังไง ฉันจะช่วยบอกให้เอาบุญนะว่า คาซึยะไม่เคยสนใจใครเท่านายมาก่อน นายน่ะได้ชัยไปกว่าครึ่งแล้วอาคานิชิ        

     คาเมะจังน่ะ ช่วยเหลือคนอื่นให้เขารักกันมาก็มาก แต่ไม่ค่อยรู้ใจตัวเองหรอก ผมว่า คาเมะจังน่ะชอบคุณเข้าแล้วนะอาคานิชิ   

            เมื่อผมได้ยินคำพูดผสมโรงของฮิโรกิและยูยะว่าคาซึยะน่ะ ต้องชอบผมขึ้นมาแล้ว ใจผมก็เต้นถี่ จากหดหู่ท้อแท้เมื่อครู่ก็กลายเป็นรู้สึกเริงรื่นขึ้นมาฉับ            

  แต่แกอย่ามัวแต่ดีใจว่าคาซึยะชอบแกอยู่เลย แกต้องคิดด้วยว่าต่อจากนี้แกจะทำยังไงต่อไป          

  ผมก็จนปัญญาล่ะครับตอนนี้  แผนคราวที่แล้วล้มไม่เป็นท่าขืนผมคิดมาอีกแผนอาจจะไม่ได้คาซึยะมาครอบครอง      

        คิดไม่ออกวะ ใครช่วยเสนอหน่อยสิว่าควรทำอย่างไง          

   ผมเห็นทุกคนต่างทำสีหน้าครุ่นคิดช่วยเหลือผมกันใหญ่ แล้วผมก็เห็นรอยยิ้มของฮิโรกิเด่นขึ้นมาในสถานการณ์ตึงเครียด 

           ฉันคิดออกแล้วล่ะ ว่าจะทำอย่างไงต่อไป        

    ทำยังไงล่ะ            

  ทุกคนรวมทั้งผมพร้อมใจกันถาม แล้วรอยยิ้มร้ายที่แอบคล้ายคลึงกับคาซึยะนั้นผุดขึ้นบนใบหน้าขาวใสของฮิโรกิเมื่อเขาเปล่งเสียงมาว่า              บุกเข้าห้อง อย่างไงล่ะ  !”        

 .

.

..  

 

              ตอนนี้ผมยืนอยู่หน้าห้องในคอนโดหรูใจกลางกรุงโตเกียว ทำไมผมถึงมาอยู่ตรงนี้น่ะหรือครับ เพราะผมมาตามใจเรียกร้องถวิลหาคาซึยะทุกลมหายใจ รู้สึกผมพูดจาเหมือนพระเอกน้ำเน่าไปหน่อยเข้าเรื่องดีกว่า

ผมมาที่ห้องคาซึยะตามคำบอกของฮิโรกิที่ให้ผมบุกเข้าห้องคาซึยะ  ตอนเขาพูดทีแรกทำผมตกอกตกใจ นึกว่าให้ผมบุกเข้าห้องแล้วจับปล้ำคาซึยะ เอ่อ แต่ผมก็แอบอยากทำอย่างนั้นอยู่น่ะครับ เร้าอารมณ์ดี(หัวเราะ) ผมยิ้มกุญแจไขประตูห้อง

 อ๊ะ ไม่ต้องสงสัยหรอกครับว่าผมมีคีย์การ์ดห้องคาซึยะได้อย่างไง  ตัวช่วยผมให้มาน่ะสิ เพราะคาซึยะไว้ใจเรียวฝากคีย์การ์ดสำรองของตนเองให้กับพี่ชายไว้  ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองนั้นโชคดีชะมัดถ้าผมไม่ได้เป็นเพื่อนกับเรียว งานเด็ดดอกฟ้าคงต้องแห้วกินแน่นอน   

         เมื่อผลักบานประตูเข้ามา ผมพบเข้ากับห้องสีเบจ เครื่องเรือนภายในห้องถูกจัดแต่งอย่างดี ดูกลมกลืนกับสีห้อง ผ้าม่านถูกเปิดทิ้งไว้คาซึยะคงเปิดรับแสงแดดตอนเช้ากระมัง      

     คาซึยะยังไม่กลับมาถึงห้อง เขามีเรียนเลิกประมาณบ่ายสี่ครึ่ง ผมมองนาฬิกาข้อมือ เวลาบ่ายสี่ครึ่งพอดี เขาน่าจะเลิกแล้ว อีกสักพักเขาคงกลับมาเพราะวันนี้เขาไม่มีเพื่อนชวนให้ เถลไถล แน่ ทั้งยูยะและฮิโรกิต่างอยู่กับแฟนหมาดๆทั้งคู่ ป่านนี้คาซึยะคงเหงาแย่เพื่อนมีแฟนกันหมดแบบนี้           

 ผมถือวิสาสะเปิดโทรทัศน์ฆ่าเวลารอคาซึยะกลับมา จริงๆผมหาอะไรทำเพื่ออารมณ์ที่ตื่นเต้นของตัวเอง ถ้าผมไม่หาอะไรทำคงเดินเป็นหนูติดจั่นวนจนพื้นพรมคาซึยะสึกหมดเสียก่อน         

ผมนั่งรออยู่ภายในห้องของคาซึยะราวชั่วโมงเศษ ก็ไม่เห็นวี่แววว่าเขาจะกลับมา ผมอดเป็นห่วงว่าจะเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงกับที่รักผมหรือเปล่าผมหยิบโทรศัพท์มือถือ กำลังจะกดโทรหาคาซึยะแต่ก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะผมรู้สึกว่าผมยังไม่มีสิทธิโทรหาเขาในตอนนี้ ไม่ใช่ทั้งเพื่อน ญาติพี่น้องหรือแฟนแต่กลับโทรหา แถมเมื่อกลางวันผมยังบอกว่าจะมาเอาคืนเขา  โทรไปหาคงไม่ดีแน่ ก็เลยนั่งรอต่อไป    

       บรรยากาศในห้องมืดครึมลง เพราะเริ่มเย็นย่ำมากแล้ว ผมจึงเดินไปเปิดไฟและกลับมานั่งลงที่เดิม แล้วผมก็ได้ยินเสียงก็อกแก็กจากประตูดังขึ้น        

  คาซึยะมาแล้ว!  

     เขาต้องตกใจมากที่เห็นผมอยู่ในห้อง แต่ผมตั้งใจแบบนั้น เลยทำท่าทีสบายๆนั่งไขว่ห้างมองไปยังจอโทรทัศน์โดยที่แอบเหล่มองว่าคนตัวเล็กเข้ามาหรือยัง บานประตูเปิดห้อง เขาหิ้วถุงมาเยอะแยะเชียว เขาวางของพวกนั้นลงเมื่อเข้ามาในห้อง แล้วเขาก็ทำหน้างง เขาคงรู้สึกถึงแสงสว่างภายในห้อง  และเมื่อเขาหันมาเห็นผมคาซึยะทำตาโต ด้วยอาการตกใจอย่างที่ผมคาดไว้ไม่มีผิด

 เขาเดินลงส้นตึงๆมาที่ผมพร้อมกล่าวว่าผม   

      นายเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง !”     

   เขากระชากเสียงถามผมใบหน้าเขากราดเกรี้ยวมากครับ ผมชัดจะปอดแล้วสิเข้าอารมณ์แรงเสียขนาดนี้   

        กลับมาแล้วหรือ           

   ผมไม่ตอบคำถามเขา แต่กลับถามทักเหมือนคนอยู่รวมบ้านชายคากันก็ไม่ปาน แล้วเลือกเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อยๆ เขาคงหงุดหงิดที่ผมทำเมินคำถามของเขา คาซึยะจึงกระชากรีโมทกดปิดลงฉับ         

  กำลังไม่มีอะไรดูอยู่ดีพอดีขอบคุณที่ปิดให้นะครับ       

    ผมยิ้มให้เป็นการขอบคุณ แต่คาซึยะดูจะไม่ชื่นชอบรอยยิ้มผมเท่าที่ควรเพราะใบหน้าเขาบึ้งตึง ดูไม่พอใจอย่างมาก   

                 ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้นะ        

 คาซึยะออกคำสั่ง แต่มีหรือว่าผมจะยอมออกไปง่ายๆ ผมยิ้มก่อนจะรวบเอวบางให้หล่นลงปุที่ตักของผม ตัวคาซึยะเหมือนตุ๊กตานุ่มนิ่มน่ากอดไปหมดเลยครับ        

นายจะทำอะไรนะ ปล่อยฉันนะ    

           คาซึยะพยายามที่จะดิ้นรั้นออกจากอ้อมแขนผมให้ได้ ผมจึงยิ่งแกล้งกอดรัดให้แน่นขึ้นอีกเท่าตัว เขาจึงหยุดดิ้น และผมก็พูดในสิ่งที่เขาท้าทายผมเอาไว้เมื่อกลางวัน        

  ปล่อยให้โง่หรือไง วันนี้นายทำฉันเจ็บมากรู้ไหม นายบอกให้มาเอาคืนลืมแล้วงั้นหรือ  

        เขาทำสีหน้าเจื่อนๆเหมือนรู้ตัวว่าตัวเองพลั้งพลาดพูดจาหาเรื่องใส่ตัว เขางุบงิบตอบผมเสียงเบาว่าไม่ได้ลืม แต่เขาไม่ได้หลบตาผมเหมือนโจรหนีความผิด เขากล้าที่จะจ้องผม ผมโอบตัวเขาแน่นขึ้นและถามออกไป    

       ไม่เหงาหรืออยู่คนเดียวนะ       

   เขาอึ้งไปพักหนึ่งแถมยังเบี่ยงหน้าหลบสายตาพร้อมกับปฏิเสธตะกุกตะกักว่าไม่ได้เหงา  ผมเอามือโอบใบหน้าให้หันกลับมามองอยู่ที่ผม และบอกว่าถ้าจะตอบต้องหันมองหน้าคนถามด้วย      

     เพื่อนๆนายมีแฟนกันหมดแล้ว นายไม่อยากมีกับเขาบ้างหรือไง       

      เขาไม่ติดใจสงสัยว่าทำไมผมถึงทราบว่าเพื่อนของเขามีแฟนกันหมดแล้ว แถมเขายังมาถามแบบเสียงเชิดหยิ่งใส่ผมอีก 

         ทำไมล่ะ นายอยากเป็นแฟนกับฉันหรือไง     

    ใช่  

    นายหลอกฉันสินะ

เพียงผมตอบว่าใช่เขาเถียงผมต่อไม่ทันขาดคำ        

  ฉันไม่เคยหลอกนะ มีแค่คาซึยะนั้นแหละที่แกล้งหลอก

  นี่เกิดอะไรขึ้นกับนายกัน นายไปกินยาอะไรผิดสำแดงหรือเปล่า 

         คิ้วเขาพันกันยุ่ง ดวงตาเล็กหรี่มองผมอย่างไม่ไว้ใจ         

  ฉันไม่เชื่อ นายกำลังหลอกฉันใช่ไหม อาคานิชิ นายบอกฉันเองว่านายเกลียดเกย์ แล้วอยากมาเป็นแฟนกับผู้ชายอย่างฉัน นายบ้าไปแล้ว            นายฟังดีๆนะคาซึยะ เรื่องทั้งหมดฉันทำเพื่อให้ได้ใกล้ชิดนาย ให้นายสนใจฉัน   

       เขานิ่งไปพักหนึ่งเหมือนพยายามตั้งสติ ก่อนจะถามผมอย่างไม่แน่ใจในความจริงที่ผมบอก เขาถามเหตุผลว่าผมทำไปเพื่ออะไร           เพราะฉันรู้ว่าถ้าจีบนายแบบธรรมดานายคงไม่สนฉันไงล่ะ ถึงได้ต้องวางแผนขนาดนี้    

      คาซึยะทำสีหน้าครุ่นคิดครู่ใหญ่ก่อนจะด่าว่าผมหลอกเขา       

       ถ้าฉันไม่ทำถึงขนาดนี้ นายก็คงไม่ชอบฉันใช่ไหมล่ะ       

   ใครชอบนาย อย่ามาทำนิสัยหลงตัวเองนะ      

    หืมม์..ไม่ชอบแต่ยอมทำถึงขนาดนั้นกับฉันงั้นหรือ      

  เขาคงนึกไปถึงเมื่อคืนที่ทำอะไรไว้กับผม คาซึยะหน้าแดงด้วยความเขินอายก่อนจะพูดประโยคที่ผมรอฟังจากเขามานาน 

          ฉันยอมรับก็ได้ว่าฉันชอบนาย      

      พอเขาบอกปุ๊บผมก็หอมแก้มเขาปั๊บ พร้อมกับบอกความในใจที่ อดกลั้นเอาไว้          

รู้ไหมว่าฉันรักคาซึยะตั้งแต่เจอครั้งแรก ฉันดีใจมากที่คาซึยะก็ชอบฉัน      

    คาซึยะเขินอายหลบหน้าผม ผมเชยคางเขาให้หันมาและลงสัมผัสริมฝีปากหวานฉ่ำที่ทำให้ผมติดหนึบไม่ได้สามารถถอดถอนไปได้เลย เราทั้งสองผลัดกันแทรกสอดความหวานให้เติมเต็มกับเราทั้งคู่ ผมจูบคาซึยะจนปากเขาแดงเห่อ ทำให้ผมอยากจะปลุกปั้นให้เขาแดงไปทั่วตัว          

   ฉัน ขอต่อจากคาราโอเกะได้ไหม 

          คาราโอเกะไหนกัน ฉันจำไม่เห็นได้เลย     

      เขาทำท่าจำไม่ได้แต่การกระทำมันต่างกันลิบลับ เพราะเขาแลบปลายลิ้นเลียริมฝีปากบาง ยั่วผมแล้ว มือไม้ของเขายังปัดป่ายบริเวณเสื้อผมจนร้อนผะผ่าว          

   แต่ถ้านายอยากให้ฉันจำได้ก็ช่วยทวนให้หน่อยได้ไหมล่ะ 

          วันนี้ผมยอมเป็นติวเตอร์ส่วนตัวให้คาซึยะทวนความจำเรื่องวันนั้นอย่างเต็มใจผมจะได้ลิ้มรสชาติเวอร์จิ้นจากคาซึยะแล้วล่ะครับ                          ฉากต่อจากนี้ผมขอไม่เล่าเก็บเป็นความลับของเราสองคนดีกว่าครับ    

          ตอนนี้ความรักของผมถึงจะเพิ่งลงเอย แต่ความจริงมันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นระหว่างเขากับผม  ไม่ว่าต่อไปนี้จะเจออุปสรรคมากมายเพียงไรผมเชื่อมั่นว่า ความรักของผมและเขาจะฝ่ามันไปได้  ยังไงก็อวยพรให้คู่ของเรามีความสุขรักกันหวานชื่นด้วยนะครับ          

   ^^   

 

 THE END : Gay Project Special Version  Jin  Side

edit @ 21 Jun 2009 19:59:22 by MeEmE FiXxX